บทที่ 2 หัวใจไม่เปิดรับ
หัวใจไม่เปิดรับ
รถยนต์ยุโรปสีดำคันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ตระกูลอัครเดชานนท์ ทีมแม่บ้านยืนเรียงหน้ากระดานรอรับตามคำสั่งของคุณดารินทร์ ต่างรีบก้มศีรษะต้อนรับด้วยความนอบน้อม
“คุณอัคมาถึงแล้ว...”
เสียงกระซิบดังขึ้นเบา ๆ ด้วยความตื่นเต้นของคนในบ้าน หลังจากที่เขาหายไปบริหารธุรกิจต่างประเทศนานเกือบสิบปี และวันนี้ เจ้าของบ้านตัวจริงกลับมาแล้ว...
ประตูรถเปิดออก รองเท้าหนังคู่เงาวับก้าวลงแตะพื้นหินอ่อน ก่อนร่างสูงในชุดสูทสีดำตัดเย็บอย่างประณีตจะเดินลงจากรถด้วยท่าทีสุขุม
อัครินทร์ในวัยสามสิบห้าปี ใบหน้าหล่อเหล่ายังมีความสุขุม จริงจัง ไม่ต่างจากเมื่อก่อนเช่นเคย ในขณะที่บอดี้การ์ดสี่คนเดินตามหลังในระยะห่าง
ดารินทร์ที่ยืนรออยู่ก่อนแล้วเมื่อเห็นลูกชายเดินเข้ามาใกล้ก็โผลเข้าไปหาด้วยรอยยิ้มกว้าง
“กลับมาสักทีนะลูก”
อัครินทร์ยกมือไหว้ผู้เป็นแม่
“สวัสดีครับคุณแม่”
ดารินทร์รับไหว้ด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความตื้นตัน
แม้จะได้คุยผ่านวิดีโอคอลอยู่เสมอ แต่ก็ไม่อาจทดแทนการเห็นหน้ากันจริง ๆ ได้ นางยกมือแตะแขนลูกชายเบา ๆ ก่อนสายตาจะกวาดมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ราวกับกำลังสำรวจว่าลูกชายดูแลตัวเองดีหรือไม่
“เดินทางเหนื่อยไหมลูก”
“ไม่เลยครับ”
“ดีแล้ว งั้นเข้าไปนั่งพักก่อน เดี๋ยวแม่ขอคุยกับแม่ครัวแล้วจะตามไปนะ... กริซพาคุณอัคเข้าไปข้างในก่อน” ประโยคหลังหันไปสั่งเลขาของลูกชายที่ช่วยดูแลงานมาหลายปี
“ครับ...” กริซรับแล้วก้าวออกไปยืนอยู่ตรงหน้าเจ้านายหนุ่ม “สวัสดีครับคุณอัค ยินดีต้อนรับนะครับ”
อัครินทร์พยักหน้ารับ
“ไม่ต้องมีพิธีให้มากหรอก... ว่าแต่ทางนี้เรียบร้อยดีใช่ไหม”
“เรียบร้อยดีทุกอย่างตามที่คุณอัคกำชับเลยครับ”
“ดี ไว้ค่อยคุยกัน”
“ครับ”
จากนั้นอัครินทร์ก็เดินนำเข้าสู่ตัวคฤหาสน์ โดยมีกริซเดินเคียงเข้าไปด้วยกัน
ภายในโถงอีกด้าน
หญิงสาวในชุดนักศึกษากำลังใช้ผ้านุ่มเช็ดแจกันคริสตัลใบใหญ่ด้วยความตั้งใจเรือนผมสีดำขลับถูกรวบต่ำไว้หลวม ๆ
เสื้อเชิ้ตนักศึกษาสีขาวกับกระโปรงทรงเอสีดำยิ่งขับให้รูปร่างอ้อนแอ้นดูสง่างาม ผิวขาวละเอียดราวกับไม่เคยต้องตรากตรำทำงานหนัก
“ยัยมุก...” ป้าสายเรียกเบา ๆ “คุณอัคกลับมาแล้ว ทำไมไม่ออกไปรับ”
มือที่กำลังเช็ดแจกันหยุดชะงักทันที แค่ได้ยินชื่อหัวใจของเธอก็เต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอก แต่เพราะคำสั่งของคุณผู้หญิง ‘ห้ามไปเสนอหน้า’ เธอจึงต้องทำตาม
“หนู...” เธอหลุดคำพูดสีหน้าเศร้า
“หรือว่า...” ป้าสายหยุดคำพูดไว้แต่นั้น “งั้นก็ทำงานไปเถอะ”
หลังจากที่ป้าสายเดินออกไปแล้ว ใบหน้าที่มักมีแววของคนอมทุกข์ หม่นเศร้ากว่าเดิม
เขากลับมาแล้ว ผู้ชายที่เธอเฝ้ารอพบมาตลอดสิบปี ผู้ชายที่เปลี่ยนชีวิตของเธอ...
ในขณะเดียวกัน...
อัครินทร์ก้าวผ่านประตูใหญ่เข้ามา สายตาคมกล้ากวาดมองบรรยากาศภายในบ้านที่เขาห่างหายความคุ้นเคยไปหลายปี
ก่อนจะสะดุด กับแผ่นหลังของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่ยืนหันหลังให้ แสงแดดยามบ่ายที่ส่องผ่านกระจกบานใหญ่ตกกระทบเรือนผมสีดำเป็นประกาย เอวคอดรับกับสัดส่วนได้รูป
เพียงแค่แผ่นหลังบางนั่น ก็ทำให้เขาเผลอชะลอฝีเท้า
“ผู้หญิงคนนั้น...” เขาเอ่ยขึ้นเบา ๆ
กริซเลขาหนุ่มหันไปมองตาม “ก็คุณมุกดาไงครับ วันนี้คงไม่มีเรียนคลาสบ่าย เลยกลับบ้านไว"
อัครินทร์ขมวดคิ้วนิด ๆ “เหรอ... มุกดา"
ชื่อที่คุ้นเคยทำให้เขามองซ้ำอีกครั้ง
เด็กผู้หญิงตัวเล็กในความทรงจำ ไม่มีทางเป็นหญิงสาวตรงหน้าได้
ในจังหวะนั้นเอง ป้าสายที่ตั้งใจเดินออกมาต้อนรับชายหนุ่มผันมาเห็นก็เอ่ยขึ้น
“... คุณอัค ป้าว่าจะออกไปรับพอดี” ป้าสายที่เปรียบเสมือนแม่อีกคนของอัครินทร์เอ่ยอย่างดีใจ
“ครับ” เขารับคำเบา ๆ
ในขณะที่มุกดาหันมามองตามต้นเสียงของป้าสาย
ดวงตากลมโตสบเข้ากับสายตาคมของชายหนุ่มพอดี ทั้งคู่ต่างนิ่งงัน
มุกดาตาเบิกกว้าง ริมฝีปากเผยอเล็กน้อย “...คุณอัค”
เสียงเรียกแผ่วเบาราวกับกลัวว่าใครจะได้ยินหลุดออกมาจากริมฝีปากของเธอ ขณะเดียวกันอัครินทร์ที่คิดจะเดินเข้าไปด้านใน กลับยืนนิ่งเหมือนคนถูกตรึงไว้กับที่
ภาพเด็กหญิงผมยุ่ง เสื้อผ้าซีดเก่า ที่ร้องไห้ตัวสั่นในคืนฝนตกเมื่อสิบปีก่อน ค่อย ๆ ซ้อนทับกับหญิงสาวตรงหน้า
ย้อนไปเมื่อ10ปีก่อน
สายฝนโปรยกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย เสียงฟ้าร้องดังครืนเป็นระยะ ขณะที่แสงไฟนีออนจากคาสิโนหรูย่านชานเมืองสะท้อนผิวถนน...
ภายในห้องทำงานชั้นบนสุด บรรยากาศเงียบสงบ มีเพียงเสียงเม็ดฝนกระทบกระจกเป็นระยะ ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทนั่งอ่านรายงานทางการเงินด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ราวกับความวุ่นวายภายนอกไม่อาจดึงความสนใจของเขาไปจากงานตรงหน้าได้
อัครินทร์...วัยยี่สิบห้าปี
แม้อายุยังน้อย แต่เขาคือผู้กุมอำนาจของบริษัทส่งออกขนาดใหญ่ต่อจากผู้เป็นพ่อที่เสียชีวิตไป จากนั้นก็เอาเงินไปลงทุนเปิดบ่อนคาสิโนที่กำลังไปได้สวย ซึ่งทุกการตัดสินใจของเขาหมายถึงเงินนับล้าน
เขาปิดแฟ้มบัญชีลงช้า ๆ ก่อนยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ
“คนที่ต้องการพบ... มาหรือยัง” เขาวางแก้วกาแฟลงแล้วเอ่ยถาม
กริซรุ่นน้องและทำหน้าที่เลขาก้มหน้าตอบทันที “พามาแล้วครับ”
“ปล่อยให้เข้ามา”
นาทีถัดมา ประตูห้องถูกเปิดออก
ชายวัยสี่สิบกว่าในสภาพมอมแมมถูกบอดี้การ์ดสองคนลากเข้ามา โดยมีสถาพเสื้อผ้าเปียกฝนจนแนบตัว ใบหน้าอิดโรยสิ้นหวัง...
